เรื่อง บีโอไอดิ้นดึงต่างชาติลงทุน
สั่งวางนโยบายรับการลงทุนยั่งยืน ยกระดับประเทศสู่เทคโนฯขั้นสูง
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบีโอไอ เห็นชอบให้ดำเนิน “นโยบายลงทุนที่ยั่งยืน” โดยสั่งการให้บีโอไอเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำมาตรการให้ชัดเจนที่จะส่งเสริมการลงทุนให้นำไปสู่การพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยที่ประชุมได้พิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจของไทย และศักยภาพของประเทศไทย โดยเห็นว่าไทยควรใช้โอกาสจากวิกฤติครั้งนี้เพื่อปรับทิศทางไปสู่การพัฒนา ประเทศที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เน้นสร้างความเติบโตแบบสมดุลทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรม ฐานความรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น และให้ความ สำคัญกับการสร้างสรรค์มูลค่าทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้มาตรการเบื้องต้นจะเน้นการทบทวนและปรับปรุงมาตรการเดิมที่มีอยู่ แต่ยังสำคัญต่อการสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน เช่น นโยบายแห่งการลงทุน ปี 51-52 โดยอาจพิจารณาให้เฉพาะประเภทกิจการที่มีความสำคัญต่อการ สร้างการลงทุนที่ยั่ง ยืน รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และมาตร การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บีโอไอจะดำเนินการศึกษาและจัดทำรายละเอียดของมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน เช่น มาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ มาตรการสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และมาตรการสร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อผลักดันให้ไทยเป็น ประเทศไวท์ คันทรีหรือประเทศที่มีกระบวนการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าอย่างโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกเพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องจักรและ อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูงซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักลงทุนโดย มีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นประธาน
นอกจากนี้ที่ประชุมยังอนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่า 18,834 ล้านบาท มั่นใจว่าตลอดทั้งปี 53 จะมียอดส่งเสริมการลงทุน 5 แสนล้านบาท แม้ว่าจะน้อยกว่าปี 52 ที่มียอดส่งเสริมการลงทุน 7.23 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายและสูงกว่าปี 51 ที่มียอดส่งเสริมเพียง 4.32 แสนล้านบาท หรือสูงกว่า 67% ก็ตามแต่ บีโอไอได้เน้นโครงการที่มีความยั่งยืน
ที่มา: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=310&contentID=44920
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบีโอไอ เห็นชอบให้ดำเนิน “นโยบายลงทุนที่ยั่งยืน” โดยสั่งการให้บีโอไอเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำมาตรการให้ชัดเจนที่จะส่งเสริมการลงทุนให้นำไปสู่การพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยที่ประชุมได้พิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจของไทย และศักยภาพของประเทศไทย โดยเห็นว่าไทยควรใช้โอกาสจากวิกฤติครั้งนี้เพื่อปรับทิศทางไปสู่การพัฒนา ประเทศที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เน้นสร้างความเติบโตแบบสมดุลทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรม ฐานความรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น และให้ความ สำคัญกับการสร้างสรรค์มูลค่าทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้มาตรการเบื้องต้นจะเน้นการทบทวนและปรับปรุงมาตรการเดิมที่มีอยู่ แต่ยังสำคัญต่อการสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน เช่น นโยบายแห่งการลงทุน ปี 51-52 โดยอาจพิจารณาให้เฉพาะประเภทกิจการที่มีความสำคัญต่อการ สร้างการลงทุนที่ยั่ง ยืน รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และมาตร การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บีโอไอจะดำเนินการศึกษาและจัดทำรายละเอียดของมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน เช่น มาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ มาตรการสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และมาตรการสร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อผลักดันให้ไทยเป็น ประเทศไวท์ คันทรีหรือประเทศที่มีกระบวนการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าอย่างโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกเพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องจักรและ อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูงซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักลงทุนโดย มีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นประธาน
นอกจากนี้ที่ประชุมยังอนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่า 18,834 ล้านบาท มั่นใจว่าตลอดทั้งปี 53 จะมียอดส่งเสริมการลงทุน 5 แสนล้านบาท แม้ว่าจะน้อยกว่าปี 52 ที่มียอดส่งเสริมการลงทุน 7.23 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายและสูงกว่าปี 51 ที่มียอดส่งเสริมเพียง 4.32 แสนล้านบาท หรือสูงกว่า 67% ก็ตามแต่ บีโอไอได้เน้นโครงการที่มีความยั่งยืน
ที่มา: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=310&contentID=44920
คำถาม
1. จากปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน และไทยควรใช้โอกาสจากวิกฤติครั้งนี้เพื่อปรับทิศทางไปสู่การพัฒนา ประเทศที่มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยเน้นอะไร
2. มาตรการใดส่งเสริมการลงทุนใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน
3.มีการอนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุนกี่โครงการ และมีมูลค่าเท่าใด
2. มาตรการใดส่งเสริมการลงทุนใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน
3.มีการอนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุนกี่โครงการ และมีมูลค่าเท่าใด
1.ตอบ เน้นการทบทวนและปรับปรุงมาตรการเดิมที่มีอยู่ แต่ยังสำคัญต่อการสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน เช่น นโยบายแห่งการลงทุน ปี 51-52 โดยอาจพิจารณาให้เฉพาะประเภทกิจการที่มีความสำคัญต่อการ สร้างการลงทุนที่ยั่ง ยืน รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และมาตร การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
ตอบลบ2.ตอบ มาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ มาตรการสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และมาตรการสร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย
3.ตอบ 8 โครงการ มูลค่า 18,834 ล้านบาท
นางสาวนันทวรรณ พงษ์พันธ์ เลขทะเบียน5002100606
คำตอบข้อ 1 เน้นสร้างความเติบโตแบบสมดุลทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรม ฐานความรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น และให้ความ สำคัญกับการสร้างสรรค์มูลค่าทางเศรษฐกิจ
ตอบลบคำตอบข้อ 2 มาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ มาตรการสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และมาตรการสร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย
คำตอบข้อ 3 อนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่า 18,834 ล้านบาท
โดยนางสาวสาวิตรี สวนพลี เลขทะเบียน 4902100658
คำตอบคือ
ตอบลบ1 เน้นสร้างความเติบโตแบบสมดุลทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรม ฐานความรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น และให้ความ สำคัญกับการสร้างสรรค์มูลค่าทางเศรษฐกิจ
2 มาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ มาตรการสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และมาตรการสร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย
3 อนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่า 18,834 ล้านบาท
นางสาวจิราวรรณ จวบจันทร์ผล เลขทะเบียน 4902100370
1. เน้นสร้างความเติบโตแบบสมดุลทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรม ฐานความรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น และให้ความ สำคัญกับการสร้างสรรค์มูลค่าทางเศรษฐกิจ
ตอบลบ2. มาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ มาตรการสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และมาตรการสร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไทย
3. อนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุน 8 โครงการ มูลค่า 18,834 ล้านบาท