จัดทำบทความโดย ชื่อ นางสาวกมลชนก บัญชาดิฐ เลขทะเบียน 5002100296
เรื่อง เก็บก่อนใช้..เหลือเท่าไหร่ค่อยใช้อย่างมีสติ
"สุวัฒน์ เทพปรีชาสกุล" ผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจบัตรเครดิต แห่งเคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย
เพราะเมื่อไหร่ที่มีรายได้เข้ามา สุวัฒน์บอกว่า ต้องเริ่มจาก "คิดให้เป็นสเต็ป ควรเก็บ…ก่อนใช้" เพราะปกติมนุษย์เงินเดือน พอได้เงินเดือนมาช่วงสิ้นเดือน ก่อนเงินจะถึงมือเรา เราได้เสียค่าใช้จ่ายส่วนแรกไปแล้วนั่นก็คือ ภาษี ดังนั้น พอได้เงินส่วนที่เหลือหลังหักภาษีมา ควรกันส่วนเงินที่ตั้งใจในแต่ละเดือนออกเลยเพื่อการออมหรือการลงทุน
จากนั้น "เหลือเท่าไหร่…แล้วค่อยใช้อย่างมีสติ" เขาอธิบายว่า หลังจากที่กันเงินออมหรือเงินลงทุนประจำเดือนออกไปแล้ว ควรจะตั้งสติว่าควรจะใช้ชีวิตอย่างไรให้อยู่ได้ครบตลอดทั้งเดือน และควรมีเงินบางส่วน กันไว้ใช้ในยามฉุกเฉินในสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ค่าใช้จ่ายที่ควรใช้ควรใช้สติ ควรจะท่องคาถาถามตัวเองว่ารายจ่ายนี้ “จำเป็นหรือไม่” ถ้าเป็นไปได้ควรทำโดยทำตารางรายรับ-รายจ่าย ทุกวัน เพราะทุกครั้งที่ลงรายจ่าย สติจะกลับเข้าร่างทันที และในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้น ควรเรียงลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายว่ารายเดือนควรจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และ รายปีจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จะได้วางแผนในการแบ่งส่วนของค่าใช้จ่ายให้เพียงพอ
"คิดให้ฉลาด…หาโอกาสการลงทุนที่มากกว่าฝากธนาคาร" นั่นเป็นสเต็ปถัดมาของสุวัฒน์ เขาบอกว่า การลงทุนมีอยู่หลากหลายวิธีมากมาย ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันดอกเบี้ยออมทรัพย์ธนาคารอยู่ที่ประมาณ 0.5% ดอกเบี้ยฝากประจำอยู่ที่ประมาณ 1-2% ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะเก็บเงินรายเดือนอยู่แล้ว ให้เปลี่ยนจากการฝากประจำรายเดือนทุกเดือน เป็น “การตัดบัญชีซื้อกองทุน LTF รายเดือนแทน” เพราะจะเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนในจำนวนที่มนุษย์เงินเดือนแต่ละคนต้องเสียภาษี ซึ่งถ้านำเงินก้อนนี้ไปฝากธนาคารก็จะได้ผลตอบแทนที่น้อยกว่านี้แน่นอน ตอนนี้ถ้าเป็นการลงทุนระยะสั้นก็มีการซื้อกองทุน LTF และปล่อยบ้านและคอนโดให้เช่า ส่วนถ้าเป็นการลงทุนและออมระยะยาวก็มีการทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หลักๆ แล้วผมว่าเราควรหาวิธีให้เงินทำงานแทนเรา ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีแรงที่จะทำงาน เงินที่เราลงทุนไป ยังทำงานแทนเราได้ "
ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ถือเป็นช่วงที่ดีของการลงทุน เพราะการลงทุนในส่วนต่างๆ จะมีต้นทุนของการลงทุนที่ลดลง เช่นราคาต่อหุ้นลดลง มูลค่าต่อหน่วยของกองทุนรวมก็ลดลง ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง ฯลฯ ดังนั้น ควรใช้เงินให้ทำงาน พอถึงช่วงเศรษฐกิจพื้นตัว การลงทุนต่างๆ ที่ลงไปจะเพิ่มพูนมูลค่ามากขึ้น
"แต่การลงทุนนั้นก็ควรทำอย่างมีสติ คือควรจัดการกระแสเงินสดของเราให้เพียงพอมีสภาพคล่อง เพียงพอใช้ในชีวิตที่พอเพียง ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ควรใช้เหตุผลนำอารมณ์ มากกว่าใช้อารมณ์นำเหตุผล ทางที่ดีควรจะพอเพียง หมายถึง “เพียงพอ & ความสุข” พอใจในสิ่งที่เป็น พอใจในสิ่งที่มี หมั่นสร้างความสุข ความรัก และรอยยิ้มกับคนที่เรารักจากใจของเราเอง ความสุขที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจากใจ ไม่ใช่เกิดจากส่วนประกอบที่มาแต่งเติมชีวิตให้ดูดี
เขาบอกว่า วิธีง่ายๆ ที่จะเช็คสุขภาพทางการเงินของตัวเองคือ จะมองในมุมของกระแสเงินสด หรือ เงินสดที่เก็บยังมีพร้อมใช้เมื่อวิกฤติมาถึง โดยให้พิจารณาว่าค่าใช้จ่ายประจำรายเดือนเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ อย่างน้อยเงินสดที่เก็บควรจะมีจำนวนอย่างน้อย 6 เท่าหรือมากกว่าเพื่อสร้างความพร้อมและการตั้งรับที่ดีในช่วงที่วิกฤติมาถึง
เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าปัจจุบันคนไทยมีการวางแผนเงินมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้คนไทยมองเรื่อง “ใช้เงินทำงาน” เพื่อสร้างมูลค่าให้มากขึ้นมากกว่าการมองแค่ “ใช้งานทำเงิน” และมีการใช้จ่ายที่เกินตัว "คนที่วางแผนการเงินกับคนที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยนั้น ถ้าเปรียบคน 2 ประเภทนี้เป็นเหมือนสุขภาพร่างกายของเรา คนที่มีการวางแผนการเงิน คือ คนที่หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ และคนที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยก็เปรียบเหมือนคนที่อยู่ไปวันๆ กินๆ นอนๆ ใช้ร่างกายอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อโรคร้ายมาถึงคน 2 ประเภทนี้ ความพร้อมของสุขภาพที่จะต่อต้านโรคร้ายนี้ก็มีไม่เท่ากัน คนที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยพร้อมที่จะล้มได้ทุกๆ วินาที ในขณะนี้คนที่วางแผนการเงินอาจจะไม่สะท้านกับโรคร้ายนี้เลย "
สุวัฒน์บอกว่า “เป้าหมายในชีวิตของเขาไม่จำเป็นต้องร่ำรวยล้นฟ้า ขอแค่มีความสุขกับชีวิตและคนที่เรารัก ก็เพียงพอแล้ว”
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com วันที่ 3 มกราคม 2553 04:00
คำถาม
1. เมื่อจะนำเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายมาลงทุน ควรลงทุนวิธีใด เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเงินสูงสุด
2. ในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ควรลงทุนหรือไม่ เพราะเหตุใด
3. การเช็คความสุขทางการเงินง่ายๆ คือ การมีเงินสดเก็บไว้เท่าไหร่ เพื่อสร้างความพร้อมและตั่งรับที่ดีในช่วงที่วิกฤติมาถึง
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
คำตอบ
ตอบลบ1.การซื้อกองทุน LTF
2.ควร เพราะถือเป็นช่วงที่ดีของการลงทุน ดังนั้น ควรใช้เงินให้ทำงาน พอถึงช่วงเศรษฐกิจพื้นตัว การลงทุนต่างๆ ที่ลงไปจะเพิ่มพูนมูลค่ามากขึ้น
3. อย่างน้อยเงินสดที่เก็บควรจะมีจำนวนอย่างน้อย 6 เท่าหรือมากกว่าเพื่อสร้างความพร้อมและการตั้งรับที่ดีในช่วงที่วิกฤติมาถึง
นางสาวพริยาภรณ์ บุตรพรม เลขทะเบียน 4902100180
คำตอบข้อที่1ถ้าเป็นการลงทุนระยะสั้นก็มีการซื้อกองทุน LTF และปล่อยบ้านและคอนโดให้เช่า
ตอบลบคำตอบข้อที่2ควรลงทุน เพราะการลงทุนในส่วนต่างๆ จะมีต้นทุนของการลงทุนที่ลดลง และพอถึงช่วงเศรษฐกิจพื้นตัว การลงทุนต่างๆ ที่ลงไปจะเพิ่มพูนมูลค่ามากขึ้น
คำตอบข้อที่3อย่างน้อยเงินสดที่เก็บควรจะมีจำนวนอย่างน้อย 6 เท่าหรือมากกว่าเพื่อสร้างความพร้อมและการตั้งรับที่ดีในช่วงที่วิกฤติมาถึง
โดยนางสาวอภิษฎา ยศโต เลขทะเบียน 5002100648
คำตอบคือ
ตอบลบ1ถ้าเป็นการลงทุนระยะสั้นก็มีการซื้อกองทุน LTF และปล่อยบ้านและคอนโดให้เช่า
2ควรลงทุน เพราะการลงทุนในส่วนต่างๆ จะมีต้นทุนของการลงทุนที่ลดลง และพอถึงช่วงเศรษฐกิจพื้นตัว การลงทุนต่างๆ ที่ลงไปจะเพิ่มพูนมูลค่ามากขึ้น
3อย่างน้อยเงินสดที่เก็บควรจะมีจำนวนอย่างน้อย 6 เท่าหรือมากกว่าเพื่อสร้างความพร้อมและการตั้งรับที่ดีในช่วงที่วิกฤติมาถึง
นางสาวจิราวรรณ จวบจันทร์ผล เลขทะเบียน 4902100370